ระยะที่ 1 เป็นระยะที่เส้นเลือดดำบริเวณทวารหนัก เริ่มมีอาการโป่งพอง อาจจะอยู่ด้านในหรือด้านนอกก็ได้ และอาการที่เห็นได้ชัดอีกอย่างก็คือ ขณะที่อุจจาระมักจะมีเลือดปนออกมาด้วย โดยเฉพาะหากใครที่ไม่ได้อุจจาระนานๆ และมีอาการท้องผูก เลือดก็จะออกมากว่าเดิม ยิ่งถ้าเป็นริดสีดวงภายใน เลือดก็จะออกมากขึ้นว่าเดิมด้วย

ระยะที่ 2 เป็นระยะที่ขนาดของเส้นเลือดที่พอง หรือว่าก้อนเนื้อมีขนาดที่โตขึ้นกว่าระยะแรก จนบางคนรู้สึกได้หรือสัมผัสได้ที่ตรงบริเวณรอบทวาร ยิ่งถ้าเป็นช่วงที่อุจจาระ ก็จะสังเกตเห็นได้ชัดขึ้น โดยจะเห็นเป็นลักษณะก้อนเนื้อโผล่ออกมาให้เห็นด้วย และก้อนเนื้อจะหดเข้าไปเมื่อขับถ่ายเสร็จเรียบร้อย

ระยะที่ 3 เป็นระยะที่หัวของริดสีดวงโผล่ออกมามากกว่าเดิม จนทำให้เวลาที่ทำอะไรหนักๆ อย่างเช่นการยกของหนัก จะต้องทำด้วยความระมัดระวัง ต้องเกร็งลำตัวตลอดเวลา เพราะรู้สึกว่าเจ็บตรงที่ริดสีดวง ในเวลาขับถ่ายจะยิ่งมองเห็นหัวของริดสีดวงได้ชัดมากขึ้น หากไม่มีการใช้ สมุนไพรแก้ริดสีดวง ในการรักษาเลย อาการก็จะหนักและทรมานมากขึ้นไปอีก

ระยะที่ 4 เป็นระยะที่หัวของริดสีดวงโตเต็มที่ และมองเห็นอย่างชัดเจนแม้ว่าจะไม่ได้ขับถ่ายก็ตาม ยิ่งเป็นริดสีดวงภายนอกก็จะเห็นได้ชัด และจะไม่มีการหุบเข้าไปเหมือนกับริดสีดวงภายใน ในระยะนี้จะเป็นช่วงที่ผู้ป่วยมีอาการรุนแรงที่สุด อาจจะมีปัญหาโรคแทรกซ้อนเข้ามาด้วย และมักจะมีเลือดออกเป็นระยะๆ แม้ว่าจะไม่ได้ขับถ่ายก็ตาม บางครั้งก็จะมีอาการคันตรงทวาร